.
โปสการ์ดแผ่นนี้ขายหมดในวันเดียวค่ะ แต่จริงๆจะพูดว่าขายดีก็ไม่ถูกเพราะทำลายนี้ไปสองรูปเอง แต่คนที่ซื้อพอเห็นรูปนี้ก็ซื้ออย่างรวดเร็วทั้งคู่ แบบไม่ได้ตัดสินใจเลือกเลย
ฉันทำลายเกี่ยวกับสตูดิโอจิบลิไปเยอะเหมือนกัน ส่วนมากจะถ่ายที่สตูดิโอจิบลิมิวเซียม แต่รูปนี้ถ่ายที่คามาคุระ!
.
รูปนี้ถ่ายเมือวันที่ 15 สิงหาคม 2011 ก่อนที่ฉันจะนั่งรถไฟกลับไปชิซึโอกะ ระหว่างรอเวลาที่รถไฟออกก็ออกเดินเล่นรอบๆสถานีรถไฟค่ะ แล้วก็ไปเจอะจิบลิช้อปที่นี่เข้า ตอนนั้นยังไม่คิดว่าจะไปสตูดิโอจิบลิรอบสองก็เลยแวะเข้าไปดูของสักหน่อย เพราะรู้สึกเสียดายอยากจะช้อปของฝากเพิ่ม ร้านมีอยู่สองชั้นค่ะ ของที่ขายก็เยอะ เยอะกว่าช้อปตรงสถานีรถไฟในโอซาก้าอีกค่ะ ฉันเลยเพลินเพลิน เสียเงินไปนิดหน่อย
.
วันนั้นฉันไปคามาคุระกับเพื่อนคนเกาหลีที่สนิทกันอีกคนค่ะ เป็นทริปที่ร้อนมาก ญี่ปุ่นหน้าร้อนนี่ร้อนทรหดจริงๆค่ะ แทบจะไม่มีลมเลย อึดอัดมากๆ เพื่อนฉันคนนี้ก็ไม่ชอบหน้าร้อนเท่าไหร่ค่ะ ฉันเคยเล่าเรื่องเมืองไทยให้ฟังหลายครั้ง และแม้จะบอกว่าร้อนแต่เธอก็บอกว่า "เมืองไทยน่าไปนะ" ถ้า้เธอมาเมื่อไหร่ คงมีเรื่องมาเล่าให้ฟังกันค่ะ
.
คามาคุระ เป็นเมืองเล็กๆ อาจารย์ญี่ปุ่นที่สอนกฎหมายฉันและชอบไปปรึกษาแกบ่อยๆ แกบอกว่า "ถ้าไปคามาคุระก็ไปโยโกฮามาด้วยสิ เพราะโยโกฮามามันเล็กและก็ติดกับคามาคุระพอดี" พร้อมอธิบายว่าคามาคุระมีที่น่าเที่ยวอะไรบ้าง พอฉันไปถึงจริงๆแพลนคร่าวๆอยู่ที่ไปคามาคุระค่ะ ถ้าเวลาเหลือแล้วค่อยไปโยโกฮามา แต่เ้ที่ยวไปเที่ยวมา ก็เที่ยวได้แต่ในคามาคุระอย่างเดียว ไม่มีเวลาเหลือไปให้โยโกฮามาเลยค่ะ ด้วยความที่ฉันกับเพื่อนชอบค่อยๆเดินเที่ยวด้วยล่ะมั้ง เลยไปได้แค่เมืองเดียว
.
ถ้าให้นิยามเมืองนี้ในนความประทับใจของฉันละก็ เมืองนี้เป็นเมืองเล็ก มีวัดเยอะ มีคาเฟ่เต็มไปหมด แล้วก็ติดทะเล แต่ด้วยความกระจิดริดของมันเนี่ยแหละค่ะที่ทำให้เมืองน่ารักมาก วัดก็สวยๆกันเยอะ ถ้าเทียบกับที่เกียวโตแล้วจะให้ความรู้สึกอีกแบบหนึ่งค่ะ วัดและพระส่วนมากในเมืองนี้จะทำด้วยไม้ค่ะ ถ้าเข้าไปเห็นใกล้ๆก็จะเเห็นว่าเค้าแกะสละไม้ได้ละเอียด และพลิ้วมากค่ะ เห็นแล้วให้ความรู้สึกอ่อนโยนแล้วก็ประณีต สวยไปอีกแบบ ไม่เหมือนพระสวยๆที่นาระ ที่ให้ความรู้สึกเท่ห์ เก๋ และทำให้ฉันตะลึงถึงท่วงท่าของปางต่างๆของพระพุทธรูป
พระองค์ใหญ่ที่เห็นบ่อยๆในเอกสารประชาสัมพันธ์ประเทศญี่ปุ่นก็อยู่ที่เมืองนี้ค่ะ ต้องนั่งรถไฟเอะโนเดนที่วิ่งแล่นเลียบทะเลออกไปค่ะ ถ้าไปไหว้พระใหญ่ แนะนำว่าให้เดินไปทางตรงข้ามทางไปไหว้พระใหญ่ไปอีกทาง ก็จะเจอทะเลค่ะ ได้ทั้งบุญแล้วก็นั่งชิลล์ แถมแถวนั้นยังมีคาเฟ่ที่มองออกไปเห็นทะเลด้วยค่ะ
เอาไว้เดี๋ยวฉันแนะนำที่เที่ยวในเมืองนี้ไว้อีกเอนทรีหนึ่งแล้วกันนะค่ะ :)

edit @ 1 Dec 2011 18:57:09 by TRYP

วันนี้ไปขายโปสการ์ดที่ตลาดนัดวันพุธ มหาวิทยาลัยศิลปากรสนามจันทร์มาอีกแล้วค่ะ ไปกับเพื่อน แล้วก็เพื่อนของเพื่อน กับรุ่นน้องเพื่อนอีกหลายคน แชร์พื้นที่กันค่ะ สนุกดี ถึงแม้จะไม่ได้ขายได้เป็นเทน้ำเทท่าก็ตาม แต่อย่างน้องก็ไม่ได้ปล่อยเวลาให้ว่างไปเปล่าๆ ขายไป คุยกับเพื่อนข้างๆไป ช่วยเชียร์น้องร้านข้างๆขายเสื้อผ้ามือสองบ้าง
.
จะ ว่าไปต้นเหตุที่คิดอยากจะขายโปสการ์ดก็คือ อยากหาเงินไปเที่ยวต่อ เป็นโครงการ"ต่อเที่ยวบิน"แบบฉันฉันเอง แล้วตอนนี้ก็ว่าง น้ำก็ท่วม จะไปกรุงเทพทีก็ยากเย็นแบบเลิกคิดจะเข้ากรุงเทพเลยดีกว่า แต่ไม่อยากปล่อยเวลาให้ผ่านเลยก็เลยเอารูปที่ถ่ายตอนไปอยู่ญี่ปุ่น 1 ปีมาทำเป็นโปสการ์ดซะหน่อย ตอนอยู่ญี่ปุ่นก็ยังพูดเล่นๆกับเพื่อนอยู่เลยค่ะว่า"อยากกลับมาญี่ปุ่นอีก เอารูปไปทำโปสการ์ดขายหาเงินมาญี่ปุ่นอีกดีกว่า แบบฝรั่งที่มานั่งขายโปสการ์ดที่อนุสาวรีย์ไง"
.
แล้วมันก็กลายเป็นจริง จนกลายเป็นร้านเล็กๆข้างสระน้ำในมหาวิทยาลัยศิลปากรนี่เอง
.
ตอน ที่ขายอยู่ บางทีฉันก็คิดว่าทำไมคนเราถึงซื้อโปสการ์ดแล้วเที่ยวส่งจดหมายเขียนไปหาใคร ต่อใครกันนะ ทั้งๆที่มีทั้งเฟซบุ๊ค อีเมล์ หรือโทรกริ๊งเดียวก็สบายจะตาย แต่พอมานึกย้อนดูเวลาที่ตัวเองส่งโปสการ์ดไปหาคนอื่น ถ้าเป็นโปสการ์ดรูปที่ถ่ายเอง ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะว่า พอเห็นสถานที่นั้นแล้วมันรู้สึกว่า"อยากให้คนคนนี้มาอยู่ที่นี่ด้วยกันจัง" เลยต้องร่อนโปสการ์ดไปหาสักหน่อย หลายครั้งที่ซื้อโปสการ์ดของคนอื่น ส่วนมาก็ชอบซื้อมาเก็บ รูปมันสวย ชอบมุมที่เค้ามอง ถ้าส่งใบนั้นไปหาใคร ก็เหมือนจะบอกกลายๆว่า"อยากไปที่นี่กับเธอจัง" หรือบางทีก็"คิดถึงเธอมาก ไม่รู้จะบอกยังไง แล้วรูปนี้มันก็เหมาะกับเธอมากๆเลย"
.
พอ มายืนในจุดของคนที่ทำขาย ก็รู้สึกว่า"อยากเล่าเรื่องราวที่ได้เห็นมาให้ได้รู้จัง แล้วถ้าจะให้ดี เล่าต่อๆไปให้คนอื่นฟังด้วยก็ดีนะ ในมุมมองของเธอเองแหละ" ฉันเองก็อยากรู้จังค่ะว่าคนที่ซื้อโปสการ์ดไปจากฉันเค้าจะมองภาพบนโปสการ์ด นั้นเป็นยังไง อยากให้เค้าได้ฟังเรื่องราวที่มาของภาพนั้น แล้วก็อยากรู้จังว่าคนที่มองภาพนั้นคิดถึงอะไรแล้วก็รู้สึกยังไง เราจะเล่าเรื่องออกมาเหมือนกันมั้ย
โปสการ์ดที่ดีมักจะมีเรื่อง ราวมากมายเขียนบรรยายจนล้นขอบกระดาษ หรือไม่ก็มีคำสั้นๆแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราว ฉันเลยกะว่า หลังจากเอนทรีนี้จะเอารูปที่ไปทำโปสการ์ดมาเล่าให้คุณๆฟังที่ละรูปถึงเบื้อง ลึกเบื้องหลังของมัน แล้วมาแชร์กันนะค่ะ ว่าคุณๆรู้สึกยังไง
.
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ หลังจากนี้จะมีโปสการ์ดญี่ปุ่น อุ่น อุ่น มาเสริฟให้บนหน้าจอเลย :)